-
ทำไมบางคนง่วงทั้งวัน ตื่นแล้วยังเพลีย ทั้งที่ไม่ได้อดนอน — มุมมองแพทย์แผนจีนว่าด้วย “ม้ามพร่อง” และความชื้นในร่างกาย
นั่งตรงไหนก็ง่วง หลับได้แทบทุกที่ ทั้งที่ไม่ได้อดนอน พอตื่นมาก็ยังรู้สึกไม่สดชื่น อยากนอนต่อทั้งวัน แต่กลับตื่นง่าย ตื่นแล้วก็อยากหลับอีก — อาการแบบนี้พบได้บ่อยจนหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ
ในมุม แพทย์แผนปัจจุบัน ภาวะนี้ถือเป็นความผิดปกติของระบบประสาท จากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ มักพบในคนที่เจ็บป่วย มีไข้เรื้อรัง อ่อนเพลีย หรือช่วงที่โรครุนแรง
แต่บทความนี้จะเจาะไปที่ “คนปกติ” ที่ไม่มีโรคภัยชัดเจน แต่ชอบง่วง หาวนอนเป็นประจำ ว่าในสายตาแพทย์แผนจีนแล้ว ต้นเหตุมาจากอะไร
แพทย์แผนจีนมองว่า การนอนหลับคือภาวะ “ยิน” (阴) ส่วน การตื่นคือภาวะ “หยาง” (阳) คนที่ง่วงตลอดเวลาจึงสะท้อนว่า ยินแกร่งเกิน เพราะ หยางพร่อง (หยางขาด)
ภาวะหยางพร่องนี้เริ่มจากการทำงานของ “ม้าม” (脾 — ระบบย่อยและดูดซึม) ที่อ่อนลง จนเกิดการคั่งของ “เสมหะ” (痰) และ “ความชื้น” (湿) ซึ่งยิ่งไปบั่นทอนพลังม้ามให้พร่องลงไปอีก
จึงพบบ่อยใน คนอ้วน (ที่มีไขมันสะสม = เสมหะ/ความชื้น) มากกว่าคนผอม โดยเฉพาะหลังกินอิ่มจัด ระบบย่อยต้องทำงานหนัก เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง จึงง่วงง่าย ส่วน คนผอม ก็ง่วงผิดปกติได้ ถ้าเจ็บป่วยเรื้อรังจนร่างกายอ่อนเพลีย และใน หน้าฝน ที่ความชื้นสูง อาการมักกำเริบหนักขึ้น
หัวหนักเหมือนมีอะไรห่อคลุม ตัวหนักตึง แน่นหน้าอก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ถ่ายเหลว ลิ้นซีดมีฝ้ามันเคลือบ หลังกินข้าวจะเพลียอยากหลับ ขี้เกียจพูด บางคนเหงื่อออกง่าย แขนขาเย็น มักกำเริบหน้าฝนและพบในคนอ้วน
อาการคล้ายแบบแรก แต่เด่นที่ความ อ่อนแรง: ไม่สดชื่น ง่วงนอน ไม่อยากพูด แขนขาเย็น หน้าตาเหลือง กินน้อย อุจจาระเหลว ลิ้นมักอ้วนบวมมีฝ้าขาวบาง ชีพจรอ่อนไม่มีกำลัง
จากพฤติกรรมและสภาพร่างกาย สู่ความง่วงที่ไม่รู้จักพอ
เพราะเพิ่มความชื้น/เสมหะ ทำให้ม้ามอ่อนแอ เลี่ยงทุเรียน กะทิ ขนุน นม ฯลฯ เลือกของมีประโยชน์ ย่อยง่าย
กินแต่พออิ่ม กินบ่อย ๆ เป็นเวลา มีกฎเกณฑ์ และเคี้ยวให้ละเอียด
คุมไม่ให้เครียดหรือวิตกกังวล เพราะความเครียดรบกวนระบบย่อยอาหารโดยตรง
เพราะการติดเชื้อทางเดินอาหารยิ่งทำลายพลังการย่อยและดูดซึม
เพราะระบบม้าม (การย่อย) คือพื้นฐานของพลังร่างกายที่คอยเสริมพลังไต
เพื่อให้ระบบย่อยอาหารกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อาการ “ง่วงไม่รู้จักพอ” เป็นเพียงสัญญาณหนึ่งของ พลังม้ามและหยางพร่อง ซึ่งมักมาพร้อมอาการอื่น เช่น เหงื่อออกผิดปกติ เบื่ออาหาร มือเท้าเย็น คลื่นไส้ อาเจียน ไม่อยากพูด ถ่ายเหลว เมื่อแก้ที่ ต้นเหตุ อาการอื่นก็มักดีขึ้นตามไปด้วย
การรักษาอาจใช้ ฝังเข็ม (针灸) และ สมุนไพร ตามหลักการ “ขับความชื้น-เสมหะ + กระตุ้นพลังม้ามและหยาง” ร่วมกับการปรับวิถีชีวิต อารมณ์ และการกินอย่างมีศิลปะ
เพราะแพทย์แผนจีนรักษาแบบ องค์รวม — สร้างสมดุลให้อวัยวะภายใน เมื่อสมดุลกลับมา อาการหลาย ๆ อย่างก็มักหายไปพร้อมกันได้
เรียบเรียงจากบทความ “นอนเท่าไหร่…ก็ไม่รู้จักพอ”
โดย นพ.วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล
คอลัมน์แพทย์แผนจีน · นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 243 (กรกฎาคม 2542) · มูลนิธิหมอชาวบ้าน — doctor.or.th/article/detail/2177
แนวทางดูแลในปัจจุบันไม่ได้มองเพียงการ “ลดตัวเลขไขมัน” เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลดการอักเสบ ดูแลการเผาผลาญ และป้องกันความเสียหายของหลอดเลือดในระยะยาว